บทที่ 6 มิใช่ว่านางเสแสร้งอีกเล่า
บนรถม้าจินซื่อมองฟางซินด้วยสายตาที่อ่อนลง “บทเรียนในวันนี้เจ้าจดจำเอาไว้ให้ดี ข้าเองก็ปวดใจไม่น้อยที่ต้องให้ผู้อื่นมาสั่งสอนเจ้าเช่นนี้ นี่คือผลที่เจ้าต้องได้รับหากไปมีเรื่องกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า”
“เจ้าค่ะ” ฟางซินรับคำสั่งเบา นางรู้ดีว่าจินซื่อกำลังปลอบใจนาง คำพูดที่ออกมาจากใจจริงของจินซื่อเป็นความจริงทุกคำ ผู้มีอำนาจไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ล้วนแต่รังแกผู้อื่นได้อย่างเปิดเผย
พอถึงจวนตระกูลซู ร่างกายของฟางซินก็เหมือนใกล้จะดับเต็มที นางคารวะลาจินซื่อและซูเหยี่ยนจื้อ ก่อนจะให้เสี่ยวชิงประคองกลับเรือน ตลอดเวลานางไม่เคยมองหน้าซูเหยี่ยนจื้อเลย บุรุษผู้นี่คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด สมควรจะอยู่ให้ห่าง เพื่อที่ต่อไปเขาจะได้ไม่คิดแค้นนางและสังหารนางเพื่อสตรีที่เขารัก
ซูเหยี่ยนจื้อมองตามแผ่นหลังฟางซินไปอย่างครุ่นคิด ท่าทางของนางเปลี่ยนไปไม่น้อย หากเป็นเมื่อก่อนนางถูกตำหนิไม่ว่าเรื่องใด จะต้องมองมาทางเขาอย่างขอความเห็นใจ แต่วันนี้ไม่ว่าจะที่ตระกูลซูหรือตระกูลหลี่นางก็ไม่เหลือบมองเขาเลยสักนิด
ฟางซินกลับมาถึงเรือน นางเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าก็ขึ้นเตียงนอนพักทันที ไม่นานร่างกายของนางก็ร้อนราวกับไฟอีกครั้ง
เสี่ยวชิงวุ่นวายให้สาวใช้เตรียมต้มน้ำ ต้มยาจนหัวหมุน หากฟางซินไม่สั่งเอาไว้ก่อนที่นางจะไม่ได้สติ ว่าหากเกิดไข้ขึ้นสูงอีกครั้ง ห้ามตามหมอเด็ดขาด นางคงต้องวิ่งไปที่เรือนหลักเพื่อขอร้องให้จินซื่อตามหมอให้แล้ว
ความร้อนในร่างกายของฟางซินดูเหมือนจะไม่ลดลงเลย พอตกค่ำนางก็เริ่มเพ้อขึ้นมา
“คุณพ่อ คุณแม่ หนูอยากกลับบ้าน” เสียงของนางเบาจนเสี่ยวชิงแทบไม่ได้ยิน แต่ก็พอจับใจความได้ คำพูดที่แปลกประหลาด แต่ความหมายช่างชวนให้คนปวดใจยิ่งนัก
สุดท้ายเสี่ยวชิงก็ฝืนคำสั่งของเจ้านาย รีบวิ่งไปที่เรือนของจินซื่อเพื่อขอร้องให้ช่วยตามหมอมาดูอาการ
ยังดีที่เรือนของจินซื่อยามนี้ยังไม่มีผู้ใดเข้านอน สี่คนพ่อแม่ลูกกำลังพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลหลี่
“ฮูหยินสาวใช้ของเรือนคุณหนูเถียนขอพบเจ้าค่ะ”
“มีเรื่องใดอีก ให้นางเข้ามา” จินซื่อถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าฟางซินนางก่อเรื่องใดขึ้นมาอีก
เสี่ยวชิงเขามาถึงก็คุกเข่าลงเอ่ยด้วยความร้อนใจ “ฮูหยินได้โปรดตามหมอมาดูอาการของคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”
“นางเป็นอันใด”
“หลังจากกลับมาจากตระกูลหลี่ คุณหนูก็ไข้ขึ้นสูงทันที บ่าวเช็ดตัวต้มยาให้ดื่มไข้ก็ไม่ลดลงแม้แต่น้อย ยามนี้เริ่มเพ้อแล้วเจ้าค่ะ”
“เหตุใดถึงไม่มาบอกตั้งแต่แรก!!!” จินซื่อตกใจไม่น้อย
“คุณหนูสั่งบ่าวเอาไว้ ไม่อยากรบกวนฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ บ่าวเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นหนักถึงเพียงนี้”
“ไม่ได้เรื่อง ดูแลกันเช่นใด ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอมาเร็วเข้า”
หลังจากเสี่ยวชิงกลับไปแล้ว เสียงถอนหายใจของซูยวนก็ดังขึ้น
“เจ้าก็เอาใจใส่นางเสียหน่อย หากมิได้เถียนเฉิงบิดาของนาง ในปีนั้นข้าเองก็คงไม่รอด”
ย้อนไปเมื่อตอนซูยวนยังไม่แต่งจินซื่อเป็นภรรยา เขากับเถียนเฉิงนับว่าเป็นสหายร่วมเรียนกัน มักจะออกไปเที่ยวเล่นล่าสัตว์ ประชันบทกลอนกับคุณชายผู้อื่นในเมืองหลวง
พวกเขาร่วมกลุ่มไปล่าสัตว์ที่ป่านอกเมือง ระหว่างทางที่กลับพบเจอโจรป่าเข้า องครักษ์ที่พาไปของแต่ละจวนต่างก็เข้าต่อสู้กันสุดชีวิต คุณชายทั้งหมดต่างก็ร่ำเรียนวรยุทธ์มาเช่นกัน จึงได้เข้าร่วมต่อสู้ด้วย ซูยวนที่กำลังพลาดพลั้งได้เถียนเฉิงช่วยรับดาบเอาไว้แทน ยังดีที่บาดแผลไม่เข้าจุดสำคัญแต่ก็ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่หลายเดือน
นับจากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นสหายรักกัน จนเถียนเฉิงแต่ง กงซีหว่าน ญาติผู้น้องฝั่งมารดาของซูยวนไปเป็นภรรยา ความสัมพันธ์จึงยิ่งแน่นหนาขึ้นอีก พอเกิดเรื่องกับเถียนเฉิงและภรรยา เขาจึงเห็นด้วยกับมารดาที่จะรับเถียนฟางซินเข้ามาดูแลในจวน
“มิใช่ว่านางเสแสร้งอีกเล่า” ซูหมิงเยว่เบ้ปากอย่างไม่เชื่อ
“ไปดูก็รู้” ซูเหยี่ยนจื้อกดยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา
เมื่อครู่เขาและท่านแม่ถูกท่านพ่อเรียกมาตำหนิ เรื่องที่ไม่ออกหน้าปกป้องฟางซินที่ตระกูลหลี่สักนิด ความสัมพันธ์ของท่านพ่อกับเถียนเฉิงเขารู้ดี แต่จะให้เอ็นดูฟางซินที่เป็นตัวก่อเรื่องอยู่หลายหนทำใจไม่ลงจริงๆ
จินซื่อพาบุตรทั้งสองนั่งเกี้ยวไปที่เรือนพักของฟางซิน ภายในเรือนวุ่นวายไม่น้อย สาวใช้ต่างยกน้ำเข้าออกเพื่อเช็ดตัวลดไข้ให้ฟางซิน
ซูหมิงเยว่ที่ก่อนหน้านี้พูดเอาไว้ว่าฟางซินเสแสร้งก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจ จินซื่อเดินเข้าไปในห้องอย่างร้อนใจ เมื่อเห็นฟางซินใบหน้าแดงก่ำ ปากแห้งแตกกำลังเพ้อพูดไม่รู้เรื่อง ก็อดจะตำหนิสาวใช้ไม่ได้
ฟางซินนางไม่รู้ตัวเลยว่ายามนี้กำลังเพ้อเพราะพิษไข้ ตัวนางหลับฝันเห็นภาพครอบครัวในโลกเดิมของนาง กำลังยื่นมือมาหานางพร้อมทั้งเรียกนางให้กลับไป
“พาหนูไปด้วย หนูอยากกลับบ้าน” นางสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ มือทั้งสองข้างไขว่คว้าคุณพ่อคุณแม่อย่างสุดชีวิต
จินซื่อที่นั่งอยู่ข้างเตียง รวบมือของฟางซินที่กำลังไขว่คว้าสิ่งใดไม่รู้อยู่กลางอากาศเอาไว้ นางได้ยินเสียงพึมพำหลุดออกมาว่าอยากกลับบ้าน ให้พานางไปด้วย ใจก็กระตุกทันที
“ไปเร่งหมอมาเร็วเข้า!!!”
